"IT Security Professional Services"
    บริการวิเคราะห์ช่องโหว่  ตรวจสอบและทดสอบความปลอดภัยของระบบ  รวมถึงให้คำปรึกษาในการปิดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาขโมย แก้ไขหรือทำลายข้อมูลอันมีค่าขององค์กรและลดโอกาสการเกิดความเสียหายแก่ระบบไอทีภายในองค์กร
    "Internet Security"
    ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตถือเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สำคัญของทุกองค์กร แต่มักจะมีภัย คุกคามติดตามมาด้วย ดังนั้นการให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ถูกต้อง เพื่อลดปัญหาคุกคามที่แฝงมากับอินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งสำคัญและหากจะนำ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยองค์กรจะต้องคำนึงถึงการลงทุนด้านอุปกรณ์และรวมถึงค่า ใช้จ่ายด้านบุคลากรที่ จะเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย
    "Secure Log Management"
    สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการบริหารจัดการล็อกไฟล์ที่ทุกองค์กรจะต้องเผชิญคือ การบริหารจัดการล็อกอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากที่สุด อีกทั้งต้องสามารถทำการบันทึกล็อกได้อย่างต่อเนื่องได้ในระบบที่มีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด รวมถึงต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์
    "Managed Security Service "
    "ศูนย์ปฏิบัติการ Security Operations Center (SOC) ทําการเฝ้าระวังเหตุการณ์บุกรุกระบบใน ลักษณะ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง"
    การดูแลและบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการ Security Operations Center (SOC) เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณที่ผิดปกติ อีกทั้งเตรียมพรอมตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที รวามถึงทําการวิเคราะหหาสาหตุและ มาตรการป้องกันและวิธีการแก้ไข พร้อมทั้งให้คําแนะนําเพื่อป้องกันการถูก บุกรุกซ้ํา อีกทั้งมีการเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Log) ตาม พ.ร.บ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

กรมศุลกากรใช้ระบบโทรทัศน์วงจรปิด 1,212 จุด ทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2552 เวลา 10.00 น. ณ อาคารศูนย์ CCTV กรมศุลกากร นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการ CCTV ตามโครงการระบบโทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television System : CCTV System) และระบบเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการควบคุมทางศุลกากร โดยมีนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร และผู้บริหารกรมศุลกากรให้การต้อนรับ

นายประดิษฐ์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน่วยงานของรัฐ โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุน เพื่อให้ภาครัฐมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับการเสริมสร้างความปลอดภัยทางการค้า ปกป้องสังคม และสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลังจึงได้อนุมัติให้กรมศุลกากรดำเนินโครงการติดตั้งระบบโทรทัศน์ วงจรปิด และระบบเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการควบคุมทางศุลกากร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 50 โดยมีบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการจัดหาและให้บริการในโครงการทั้งระบบเป็นเวลา 5 ปี

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรได้ติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด(Closed Circuit Television System : CCTV System) ครอบคลุมพื้นที่บริเวณจุดนำเข้า - ส่งออก จำนวน 1,212 จุด ทั่วประเทศ ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวร ด่านศุลกากร ท่าเรือ ท่าอากาศยานนานาชาติ เป็นต้น ซึ่งจะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายด้วยวงจรสื่อสารความเร็วสูงมายังสำนักงาน ศุลกากร และศูนย์ควบคุมทางศุลกากร(Customs Control Center) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรมศุลกากร โดยพิจารณาถึงประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การควบคุมทางศุลกากร (Customs Control) การควบคุมจุดนำเข้า-ส่งออก ณ ชายแดน (Border Control) การประหยัดค่าใช้จ่าย (Economy) การป้องกันและรักษาความปลอดภัย (Security) ความโปร่งใส (Transparency) และการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation) นอกเหนือจากภารกิจด้านการจัดเก็บภาษีอากร การป้องกันปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรเพื่อให้การจัดเก็บภาษีอากรเป็นไปตาม เป้าหมายและเกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่สุจริต รวมทั้งการอำนวยความสะดวก และเสริมสร้างความปลอดภัยทางการค้าระหว่างประเทศ (Global Trade Facilitation and Security)

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง บทบาทและความร่วมมือระหว่างกรมศุลกากร และ CAT ภายใต้โครงการติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV System) โดยทำการเชื่อมโยงระบบและเครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงกับศูนย์เทคโนโลยีการ ควบคุมทางศุลกากรเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการสื่อสาร ควบคุม และสั่งการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบดังกล่าวจะเป็นระบบสำคัญที่ทำให้กรมศุลกากรบรรลุภารกิจตามแผนปฏิรูปกรม ศุลกากร และจะช่วยให้ผู้บริหารของกรมศุลกากรสามารถตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ ของกรมศุลกากรว่ามีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานมีการบริการประชาชนได้อย่าง รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ การจัดเก็บภาษีให้เกิดความเป็นธรรม เป็นสากลอำนวยความสะดวกทางการค้า เสริมสร้างความปลอดภัยทางการค้าระหว่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ รวมทั้งยังสามารถ บูรณาการการใช้ประโยชน์ของข้อมูลระบบโทรทัศน์วงจรปิดร่วมกันกับหน่วยงาน ต่างๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อื่นๆ ฯลฯ โดยกรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงและเผยแพร่ข้อมูลอีกด้วย