Cyfence Logo
 
   
 

 

 

การประเมินความเสี่ยงจำเป็นต้องทำเป็นประจำต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ

   
   
         
 

บริการประเมินความเสี่ยงของระบบ

 

หน้าหลัก | บริการ | บริการประเมินความเสี่ยงของระบบ

บริการประเมินความเสี่ยงของระบบ (Risk Assessment Services)

 
 

บริการ
Cyfence มีการบริการ และ โซลูชั่นมากมาย ขึ้นอยู่กับความต้องการ (ความจำเป็น) ขององค์กร

Cyfence ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตและพัฒนาประสิทธิภาพต่างๆ โดยปราศจากความเสี่ยงต่อเครือข่าย

บริการประเมินความเสี่ยงของระบบ
บริการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ
บริการทดสอบการบุกรุกระบบ
บริการให้คำปรึกษาและวางระบบรักษาความปลอดภัย
บริการรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์
บริการดูแลและบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัย

 

 

เนื่องจาก องค์กรส่วนใหญ่ไม่สามารถรู้ว่าระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ของตนเกิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์หรือผู้บุกรุกใช้เป็นช่องทางจู่โจมระบบให้เกิดความเสียหายต่อระบบเมื่อใด ดังนั้นการเฝ้าระวัง การตรวจสอบค้นหาช่องโหว่ของระบบ ตลอดจนค้นหาที่มาของผู้บุกรุกและปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอถือเป็นบริการที่สำคัญ เพื่อให้ลูกค้าสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา ก่อนจะเกิดการบุกรุกจากผู้ไม่ประสงค์ดี


บริการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ (Vulnerability Assessment)

เป็นการให้บริการวิเคราะห์ ตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยงและหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน วิเคราะห์ระบบและโปรแกรมที่ใช้งานอย่างละเอียด และเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งาน เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบการรักษาความปลอดภัยขององค์กร พร้อมจัดทำเอกสารรายงานผล เพื่อให้ทีมงานดูแลระบบสามารถนำไปใช้ในการจัดทำระบบรักษาความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสมบริการประเมินความเสี่ยงของระบบแบ่งเป็นสองระดับเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยของลูกค้ามีการป้องกันภัยที่มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

ระดับที่ 1
Strengthen

บริการประเมินความเสี่ยงของระบบ ระดับ-1 ใช้เวลา 14 วัน เพื่อประเมินระบบ ณ. สถานที่ของลูกค้า, ประเมินความเสี่ยงภัยของเครือข่าย, วิเคราะห์เชิงกายภาพ, แยกประเภททรัพยากร, ประเมินผล และให้คำแนะนำ รวมถึงจัดทำรายงานสรุปผลการประเมินระบบ การประเมินความเสี่ยงของระบบ ระดับ-1 ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนคือ

Strengthen

ขั้นที่ 1: สำรวจระบบ (Discovery)
สำรวจข้อมูลเครือข่ายและเก็บรวบรวมข้อมูลระบบสารสนเทศเครือข่าย คอมพิวเตอร์เช่นการตรวจสอบทางกายภาพ แผนผังระบบเครือข่าย เป็นต้น

ขั้นที่ 2: แยกแยะปัญหา (Isolation)
แยกแยะส่วนที่เกิดปัญหา

ขั้นที่ 3: วิเคราะห์ (Analysis)
วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาโดยการวางระบบตรวจจับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ในระบบเครือข่าย

ขั้นที่ 4: แก้ไขปัญหา (Remediation)
แก้ไขปัญหาที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเร่งด่วน

ขั้นที่ 5: รายงานผล (Reporting)
จัดทำรายงานและสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมคำแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหา

ระดับ 2
Strengthen & Securing

บริการประเมินความเสี่ยงของระบบ ระดับ-2 ใช้เวลา 44 วัน เพื่อประเมินระบบ ณ. สถานที่ของลูกค้า, ประเมินความเสี่ยงภัยของเครือข่าย, วิเคราะห์เชิงกายภาพ, จัดสรรทรัพยากร, ประเมินผลและให้คำแนะนำ รวมถึงจัดทำรายงานสรุปผลการประเมินระบบ การประเมินความเสี่ยงของระบบ ระดับ-2 ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ

Strengthen & Securing

    ขั้นที่ 1: ประเมินความเสี่ยง (Vulnerability Assessment)
    Perform throughout internal system assessment and scanning.

    ขั้นที่ 2: ประเมินโครงสร้างระบบ (Architecture Review)
    ประเมินโครงสร้างของระบบรักษาความปลอดภัยและ ให้คำแนะนำเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบ

    ขั้นที่ 3: สร้างความมั่นคงให้ระบบ (System Hardening)
    จัดทำ system hardening, patch ระบบ, ปิดช่องโหว่ที่ ตรวจพบ เพื่อให้ระบบมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

    ขั้นที่ 4: รายงานผล (Reporting)
    จัดทำรายงานและสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมคำแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหา



บริการทดสอบการบุกรุกระบบ (Penetration Test)

บริการทดสอบการบุกรุกระบบ จะทำการตรวจสอบว่าระบบมีจุดอ่อนหรือช่องโหว่ทางด้านใดบ้างโดยจําลองสถานการณ์การบุกรุกจากทั้งภายในและภายนอกองค์กร การทดสอบสามารถทำใด้หลายรูปแบบโดยใช้เทคนิคการทดสอบการเจาะระบบแบบต่างๆ เพื่อเข้าสู่ระบบลักษณะเดียวกับที่แฮกเกอร์ใช้ในสถานการณ์จริง เช่น การทดสอบการเจาะระบบแบบที่ไม่ข้อมูลระบบเบื้องต้น (zero-knowledge), มีข้อมูลระบบบางส่วน (partial-knowledge) และ มีข้อมูลระบบสมบูรณ์ (full-knowledge) ในขั้นตอนการทดสอบรวมถึงการหาความสัมพันธ์ระหว่างส่วนของเครือข่ายกับส่วนงานทางธุรกิจ ทดสอบการโจมตีช่องโหว่เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบ และใช้เทคนิค social engineering หรือการสืบหาข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อทดสอบข้อปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยขององค์กร ทั้งนี้เมื่อการทดสอบการบุกรุกระบบเสร็จสิ้น ผู้เชี่ยวชาญจะระบุจุดอ่อนของระบบที่พบและนําเสนอวิธีการแก้ไขเฉพาะสําหรับระบบนั้นๆ

  • การทดสอบการบุกรุกจากภายนอก (External Scan)
    วิธีทดสอบการบุกรุกจากภายนอกโดยจำลองการบุกรุกเข้าสู่เครือข่ายของลูกค้าจากภายนอก ซึ่งจะระบุช่วงเวลาของการทดสอบและทดสอบการบุกรุกในส่วนต่างๆ ตามที่ได้ตกลงกัน เมื่อการทดสอบการบุกรุกระบบเสร็จสิ้น ผู้เชี่ยวชาญจะระบุจุดอ่อนของระบบที่พบและนําเสนอวิธีการแก้ไขเฉพาะสําหรับระบบนั้นๆ


  • การทดสอบการบุกรุกจากภายใน (Internal Scan)
    เมื่อการทดสอบการบุกรุกจากภายนอกเสร็จสิ้น ขั้นตอนต่อมา คือ การทดสอบการบุกรุกจากภายใน เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงของการถูกเจาะหาข้อมูลของผู้บุกรุกที่สามารถผ่านเข้ามาถึงภายในของระบบ และหาจุดที่อาจเป็นอันตราย หรือจุดที่เสี่ยงที่สุดของระบบโดยรวม ทั้งนี้การทดสอบระบบจากภายในจะดำเนินการโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของระบบตามปรกติให้น้อยที่สุด

 

 
         
   
   
                 
 
ข่าวสาร/สาระน่ารู้
CAT ผนึกกำลังตำรวจภูธร วางระบบตู้สายตรวจอัจฉริยะ เปิดเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร
วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551
 
กิจกรรม

Cyfence จัด RoadShow ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550

 
โปรโมชั่น

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับบริการ Secure Log Management
วันพุธที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

 
                 
   
   

 

      ข้อตกลงในการใช้   |   เครดิตส์
      Securing your Digital Assets by CAT Telecom