อัพเดต Windows ที่ใช้อยู่ทันที เพื่อป้องกันมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry

จากข่าวเรื่องมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบที่รุนแรง สาเหตุหลัก ๆ แล้ว เนื่องมาจากปัญหาช่องโหว่ของโปรแกรม Microsoft Windows ที่มีการเปิดใช้โปรโตคอล SMBv1 สำหรับการรับส่งไฟล์ระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายเดียวกัน  วิธีการแก้ไขที่ง่ายและควรทำที่สุดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปคือการอัพเดต Windows ทันที เพื่อป้องกันการการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ดังกล่าว

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการป้องกัน (จาก Thaicert)

  1. ติดตั้งแพตช์แก้ไขช่องโหว่ SMBv1 จาก Microsoft โดย Windows Vista, Windows Server 2008 ถึง Windows 10 และ Windows Server 2016 ดาวน์โหลดอัปเดตได้จากhttps://technet.microsoft.com/en-us/library/security/ms17-010.aspx ส่วน Windows XP และ Windows Server 2003 ดาวน์โหลดอัปเดตได้จาก https://blogs.technet.microsoft.com/msrc/2017/05/12/customer-guidance-for-wannacrypt-attacks/
  2. หากไม่สามารถติดตั้งอัปเดตได้ เนื่องจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry แพร่กระจายผ่านช่องโหว่ SMBv1 ซึ่งถูกใช้ใน Windows เวอร์ชันเก่า เช่น Windows XP, Windows Server 2003 หรือระบบเซิร์ฟเวอร์บางรุ่น หากใช้งาน Windows เวอร์ชันใหม่และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ SMBv1 ผู้ดูแลระบบอาจพิจารณาปิดการใช้งาน SMBv1 โดยดูวิธีการปิดได้จากhttps://support.microsoft.com/en-us/help/2696547/how-to-enable-and-disable-smbv1,-smbv2,-and-smbv3-in-windows-vista,-windows-server-2008,-windows-7,-windows-server-2008-r2,-windows-8,-and-windows-server-2012
  3. หากไม่สามารถติดตั้งอัปเดตได้ ผู้ดูแลระบบควรติดตามและป้องกันการเชื่อมต่อพอร์ต SMB (TCP 137, 139 และ 445 UDP 137 และ 138) จากเครือข่ายภายนอก อย่างไรก็ตาม การบล็อกพอร์ต SMB อาจมีผลกระทบกับบางระบบที่จำเป็นต้องใช้งานพอร์ตเหล่านี้ เช่น file sharing, domain, printer ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบก่อนบล็อกพอร์ตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา[6]
  4. ตั้งค่า Firewall เพื่อบล็อกการเชื่อมต่อกับไอพีแอดเดรสปลายทางตามตารางที่ 1 เนื่องจากเป็นไอพีที่ถูกใช้ในการแพร่กระจายและควบคุมมัลแวร์
  5. อัปเดตระบบปฎิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ หากเป็นได้ได้ควรหยุดใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows XP, Windows Server 2003 และ Windows Vista เนื่องจากสิ้นสุดระยะเวลาสนับสนุนด้านความมั่นคงปลอดภัยแล้ว หากยังจำเป็นต้องใช้งานไม่ควรใช้กับระบบที่มีข้อมูลสำคัญ
  6. ติดตั้งแอนติไวรัสและอัปเดตฐานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันแอนติไวรัสส่วนใหญ่ (รวมถึง Windows Defender ของ Microsoft) สามารถตรวจจับมัลแวร์ WannaCry สายพันธุ์ที่กำลังมีการแพร่ระบาดได้แล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thaicert


บทความที่เกี่ยวข้อง

IT 360º ไอที ง่ายๆ รอบๆ ตัว
พบข้อมูลบัญชี VPN ของ Fortinet กว่า 73,000 อุปกรณ์รั่วไหลทั่วโลก
พบข้อมูลบัญชี VPN ของอุปกรณ์ Fortinet รั่วไหลกว่า 73,000 รายการทั่วโลก ซึ่งอาจรวมถึงชื่อผู้ใช้ อีเมล และรหัสผ่านของผู้ใช้งานบางส่วน...
อ่านต่อ >
IT 360º ไอที ง่ายๆ รอบๆ ตัว
พบเทคนิคโจมตี HTTP/2 Bomb ทำ Web Server ล่มในเวลาไม่ถึงนาที
พบช่องโหว่ใหม่ HTTP/2 Bomb ที่อาจทำให้เว็บไซต์ล่มได้ในเวลาไม่ถึงนาที แฮกเกอร์ใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถทำให้เซิร์ฟเวอร์ใช้ RAM จนเต็มได้ เว็บไซต์ที่ใช้ HTTP/2 หลายรายได้รับผล กระทบ...
อ่านต่อ >
IT 360º ไอที ง่ายๆ รอบๆ ตัว
พบมัลแวร์โจมตี WordPress กว่า 2,000 เว็บ ผ่านโปรไฟล์ Steam
พบมัลแวร์ใหม่โจมตีเว็บไซต์ WordPress เกือบ 2,000 แห่ง โดยแฮกเกอร์ใช้เทคนิคซ่อนคำสั่งควบคุมด้วยตัวอักษร Unicode ที่มองไม่เห็นบนโปรไฟล์ Steam เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ...
อ่านต่อ >
Scroll to Top