บัญชีธนาคารในไทยโดนแฮก ผู้เสียหายกว่า 2 หมื่นราย

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2564 ที่ผ่านมา ได้รับรายงานข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เรียกประชุมด่วนผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (CIO) ของแต่ละธนาคาร เพื่อหารือการร้องเรียนจากเจ้าของบัญชีธนาคารในประเทศไทยจำนวนมากกว่า 2 หมื่นราย ถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิต หรือบัญชีบัตรเดบิตอย่างผิดปกติเป็นจำนวนมาก โดยการหักแต่ละครั้งมูลค่าไม่สูงแต่มีจำนวนหลายรายการติดต่อกัน

ภาพประกอบ: การแชร์โพสต์ของผู้ใช้งาน Facebook รายหนึ่ง

โดยล่าสุดวันนี้ (18 ต.ค 2564) นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประสานไปยัง นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย แจ้งว่าทีมงานของสมาคมฯ กำลังร่วมประชุมกับทีม Fraud (ทีมตรวจสอบการทุจริตฉ้อโกงเกี่ยวกับระบบธนาคาร) และชมรมผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Officer :CIO) ของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องถึงเรื่องดังกล่าว

โดยล่าสุดสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ร่วมชี้แจง โดยเบื้องต้นพบว่า มิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่เกิดจากการทําธุรกรรมชําระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช่แอปดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าวขณะนี้ธนาคารเจ้าของบัตรได้ดําเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติและดำเนินการติดต่อลูกค้าผู้เสียหาย รวมทั้งอยู่ระหว่างดําเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้แล้ว

สำหรับผู้ใช้งานในกรณีที่ถูกแฮกบัญชีให้ปฎิบัติตามดังนี้

  1. ขอให้แคปเจอร์หน้ารายการบัญชีเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐาน (กรณีที่มีการตรวจสอบผ่านแอปฯ Mobile Banking) หรือรายการ Statement
  2. ติดต่อ Call Center ธนาคารเพื่อแจ้งเหตุการณ์ทันที
  3. ยกเลิกการผูกบัตรเครดิต บัตรเดบิต กับแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์ทันที
  4. นำหลักฐานความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแจ้งที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ

ที่มา: https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000102900