พบ Ransomware VECT 2.0 ทำลายไฟล์ถาวร จ่ายค่าไถ่ก็กู้ข้อมูลไม่ได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์จาก Check Point Research และ The Hacker News ออกมาแจ้งเตือนถึงมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวใหม่ที่ชื่อว่า VECT 2.0 ซึ่งกำลังระบาดในรูปแบบ Ransomware-as-a-Service (RaaS) โดยพบความผิดพลาดร้ายแรงในกระบวนการเข้ารหัสที่ทำให้กลายเป็น มัลแวร์ทำลายข้อมูล (Wiper) โดยไม่ตั้งใจ
มัลแวร์ตัวนี้มีบั๊ก (Bug) ในฟังก์ชันการเข้ารหัสไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 131 KB (128 KB) โดยมัลแวร์จะแบ่งไฟล์ออกเป็น 4 ส่วน และสุ่มสร้างกุญแจถอดรหัส (Nonces) ขึ้นมา 4 ชุด แต่กลับบันทึกกุญแจไว้เพียงชุดเดียวลงในไฟล์ ส่วนอีก 3 ชุดที่เหลือจะถูกลบทิ้งไปทันที
ผลจากการลบกุญแจถอดรหัสทิ้ง ทำให้ไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสไปแล้วไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้เลย ไม่ว่าจะเป็นตัวเหยื่อเอง หรือแม้แต่ตัวแฮกเกอร์ผู้พัฒนาฟีเจอร์นี้ก็ตาม ต่อให้เหยื่อยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ข้อมูลเหล่านั้นก็จะสูญหายไปตลอดกาล
VECT 2.0 ถูกเขียนขึ้นด้วยภาษา C++ และถูกออกแบบมาให้โจมตีได้หลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Windows, Linux และ VMware ESXi ซึ่งเป็นระบบหลักที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้งาน
ทำไม VECT 2.0 ถึงอันตรายกว่า Ransomware ทั่วไป?
ปกติแล้วเป้าหมายของ Ransomware คือการ “จับข้อมูลเป็นตัวประกัน” เพื่อเรียกเงินแลกกับกุญแจกู้คืน แต่ VECT 2.0 ทำงานเหมือน Wiper ที่เน้นทำลายล้าง เนื่องจากไฟล์สำคัญขององค์กร เช่น ฐานข้อมูล (Databases), ไฟล์เอกสารขนาดใหญ่ หรือไฟล์สำรองข้อมูล (Backups) มักมีขนาดเกิน 131 KB ทั้งสิ้น ซึ่งจะได้รับความเสียหายถาวรทันทีที่ถูกโจมตี
แฮกเกอร์กลุ่มนี้มีการโปรโมทผ่านแพลตฟอร์มอย่าง GitHub และ YouTube รวมถึงมีระบบหลังบ้าน (Affiliate Panel) ที่ดูเป็นมืออาชีพ เพื่อดึงดูดให้กลุ่มแฮกเกอร์รายย่อยนำมัลแวร์ไปใช้งาน
คำแนะนำ
- อย่าจ่ายค่าไถ่: เนื่องจากทางเทคนิคแล้ว ข้อมูลไม่สามารถกู้คืนได้แม้จะได้กุญแจจากแฮกเกอร์
- สำรองข้อมูลแบบ Offline: ควรมีการทำ Backup ข้อมูลที่แยกส่วนออกจากระบบเครือข่ายหลัก (Air-gapped) เพื่อป้องกันมัลแวร์เข้าถึง
- อัปเดตระบบสม่ำเสมอ: ป้องกันการเข้าถึงเบื้องต้นผ่านช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์
ที่มา thehackernews.com