4 สิ่งที่ต้องทำทันที เมื่อเว็บบริการที่เราใช้โดนแฮก

ช่วงนี้ข่าวข้อมูลรั่วไหลเกิดขึ้นถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงหน่วยงานสำคัญและระบบสำคัญต่าง ๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการลงทุน เคยสงสัยหรือไม่ว่าว่า ถ้าได้ยินข่าวแบบนี้ ควรต้องทำอย่างไร
เซฟโพสต์นี้ไว้ แล้วทำตาม 4 ขั้นตอนสำคัญทันที เพื่อหยุดความเสี่ยง ลดโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำข้อมูลไปใช้ และเพิ่มความปลอดภัยให้ Account ของคุณ
1. เปลี่ยนรหัสผ่านทันที
หลังจากได้ยินข่าวแบบนี้ ต้องรีบเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่เกิดปัญหาทันที เริ่มจากบัญชีที่ได้รับผลกระทบ หากใช้รหัสผ่านเดียวกันหลายเว็บไซต์ ให้เปลี่ยนทั้งหมดและอย่าลืมว่า ตั้งคราวหน้าอย่าใช้ซ้ำ
2. เปิดใช้งาน MFA (Multi-Factor Authentication) หรือระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย
แม้จะไม่มีข่าวเว็บที่ใช้บริการโดนแฮก การเปิดใช้งาน MFA เป็นสิ่งที่ต้องทำในปัจจุบัน นั่นเพราะแม้รหัสผ่านรั่วไหล บัญชีของคุณก็ยังมีชั้นป้องกันเพิ่มเติม ก่อนที่ใครจะเข้า Account ของคุณได้ การเลือกเปิดใช้งานผ่านแอป Authenticator หรือ Passkey จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีของคุณ
3. ระวังอีเมลและข้อความหลอกลวง (Phishing)
หลังจากที่ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล ข้อมูลดังกล่าว อาจถูกนำมาใช้ในการ สร้างเมลหรือข้อความหลอกลวง ฉะนั้น ควรตรวจสอบลิงก์ก่อนคลิกทุกครั้ง ระวัง SMS หรืออีเมลแนบลิงก์ปลอมที่ส่งมาหลอกให้กรอกข้อมูลเพิ่ม อย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากผู้ส่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่มั่นใจ ให้เข้าเว็บไซต์หรือแอปของผู้ให้บริการโดยตรง
4.ตั้งรับมิจฉาชีพ
นอกจากเมลหรือข้อความหลอกลวง อย่าหลงเชื่อสายแปลกๆ มิจฉาชีพจะใช้ข้อมูลที่หลุดมา (เช่น ชื่อจริง เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน) มาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปรษณีย์ หรือธนาคาร เพื่อหลอกให้เราโอนเงิน เพราะมิจฯเหล่านั้น อาจได้ข้อมูลของเราจากแหล่งที่หลุดไป
แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล และส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่บทเรียนสำคัญคือเราต้องเปลี่ยนมุมมองมาเน้นการควบคุมและจำกัดความเสียหาย (Blast Radius) ไม่ให้ลุกลาม ด้วยการปฏิบัติตาม 4 แนวทางข้างต้น ทั้งการตัดวงจรความเสี่ยงด้วยการเปลี่ยนรหัสผ่านทันที การยกระดับความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนสองชั้น (MFA) การจำกัดสิทธิ์และแยกส่วนจัดเก็บข้อมูลเพื่อไม่ให้จุดเดียวเชื่อมโยงไปทั้งหมด ไปจนถึงการเข้ารหัสและสำรองข้อมูลอย่างเป็นระบบ มาตรการป้องกันหลายชั้น (Defense in Depth) เหล่านี้จะกลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนที่เหลืออยู่ ให้ปลอดภัยและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้