ทำไมโปรแกรม Anti-Virus จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ Server

25 พฤษภาคม 2022

ณิชาภา อยู่ผ่องภา
ณิชาภา อยู่ผ่องภาContent Writer ผู้แปล จัดทำ ข่าวด้านไอที บทความ Cyber Security และเป็นหนึ่งในทีมงาน cyfence ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

การใช้งานอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการติดไวรัส หรือ มัลแวร์ บางทีอาจจะมาจากแฟลชไดร์ฟ หรือ การดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต โดยไวรัสแต่ละตัวจะมีวิธีการก่อกวนที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่สร้างความรำคาญ หรือ ถึงขั้นขโมยข้อมูลสำคัญ ซึ่งผลกระทบนั้นไม่เพียงแค่ระดับผู้ใช้งานทั่วไปที่จะโดนโจมตี ระดับองค์กรก็มีความเสี่ยงเช่นกัน 

ยิ่งกรณีถ้าเป็นการใช้งานระดับองค์กร อาจทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง และก่อทำให้เสียหายเป็นวงกว้างอาจถึงขั้นไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งรายได้และภาพลักษณ์ ยกตัวอย่างเช่น องค์กรที่มีข้อมูลจัดเก็บเป็นจำนวนมากและมีการนำข้อมูลขึ้น Cloud Server ในส่วนนี้มีทั้งแบบ ติดตั้ง Server เองที่สำนักงาน หรือ ใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก อาจมีพนักงานอัปโหลดไฟล์อันตรายขึ้น Cloud server ไม่รู้ตัว เมื่อมีพนักงานคนอื่น ที่ใช้งานร่วมกัน ก็อาจจะทำให้ติดไวรัสไปด้วย หรือแม้กระทั่งการตั้ง Web Server เพื่อให้บริการ Web ที่ต้องรับข้อมูลจากผู้ใช้เป็นจำนวนมาก อาจจะไม่สามารถคัดกรองได้หมด การมี Anti-Virus ก็จะสามารถช่วยป้องกันในส่วนนี้ได้ 

แล้ว Anti-Virus คืออะไร ?

จริง ๆ ทุกคนแทบจะรู้จัก Anti-Virus กันอยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีผู้ให้บริการหลากหลายเจ้า การคิดว่าต้องเลือกเจ้าไหนจึงเป็นสิ่งที่ยาก สำหรับโปรแกรมป้องกันไวรัส หรือ แอนติไวรัส (Antivirus Software) หลักการสำคัญก็คือเป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อคอยตรวจจับ ป้องกัน และกำจัดโปรแกรมคุกคามทางคอมพิวเตอร์หรือมัลแวร์ เช่น ไวรัส เวิร์ม โทรจัน สปายแวร์ แอดแวร์ และซอฟต์แวร์คุกคามประเภทอื่น ๆ

 โปรแกรม Antivirus มี 2 แบบหลัก ๆ คือ

  • แอนติไวรัส (Anti-Virus) เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสทั่ว ๆ ไป จะค้นหาและทำลายไวรัสในคอมพิวเตอร์ของเรา
  • แอนติสปายแวร์ (Anti-Spyware) เป็นโปรแกรมป้องกันการโจรกรรมข้อมูลจากไวรัสสปายแวร์และจากแฮกเกอร์ รวมถึงการกำจัด Adsware ซึ่งเป็นป๊อปอัพโฆษณาอีกด้วย

โปรแกรม Anti-Virus มีหน้าที่การทำงาน 2 ลักษณะ ได้แก่

  1. ระบุชื่อของไวรัสที่รู้จัก 
  2. ตรวจสอบผลของการทำลายจากไวรัสในแฟ้มต่างๆ

วิธีการทำงานของโปรแกรม Anti-Virus

จะค้นหาและทำลายไวรัสที่ไฟล์โดยตรงทันที ทำให้โอกาสที่จะเกิดความเสียหายลดน้อยลง แต่ในทุก ๆ วันจะมีไวรัสชนิดใหม่เกิดขึ้นมาเสมอ จึงทำให้ผู้ใช้งานต้องคอยอัปเดตโปรแกรม Anti-Virus ตลอดเวลา ที่สำคัญแต่ละบริษัทอาจมีรูปแบบการทำงานและหน้าตาของโปรแกรม Anti-Virus ที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงอาจจะมีการอัปเดตและการป้องกันที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวไม่ควรมี Anti-Virus 2 โปรแกรมหรือมากกว่านั้นเพราะอาจจะทำให้โปรแกรมขัดแย้งกันเองจนไม่สามารถใช้งานได้ และที่สำคัญโปรแกรม Anti-Virus ก็มีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับประเภทของการใช้งาน

ในกรณี โปรแกรม Anti-Virus  สำหรับองค์กร

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น องค์กรส่วนใหญ่จะมีข้อมูลเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลภายในขององค์กรเอง ข้อมูลที่องค์กรให้บริการกับลูกค้า หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ Web Server ที่มีการให้บริการผ่าน Cloud Server ซึ่งก็จะมีทั้งที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ก็จะมีการติดตั้ง Server เองที่สำนักงานและทำการบริหารจัดการเอง หรือจะเป็นองค์กรขนาดกลางถึงเล็ก ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ไอทีในการดูแล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน ก็ต่างจำเป็นต้องใช้บริการ Anti-Virus ทั้งสิ้น ซึ่ง บริการ Anti-Virus บน Cloud server โดยเฉพาะนั้นจะมีฟีเจอร์ที่แตกต่างจาก Anti-Virus ของผู้ใช้งานทั่วไป ยกตัวอย่าง มีการแจ้งเตือนทันทีกรณีที่พบไฟล์น่าสงสัย สามารถตรวจสอบสถานะของแต่ละเครื่องได้ว่า มีการอัปเดตโปรแกรมแล้วหรือไม่ มีปัญหาอย่างไร ฯลฯ ที่สำคัญยิ่งเป็นไวรัส หรือ มัลแวร์ที่มีการโจมตีร้ายแรงอย่าง Ransomware หากมีฟีเจอร์ที่สามารถกรองไฟล์น่าสงสัยได้ในระดับหนึ่งก็จะช่วยลดความเสี่ยงไปได้มาก

ซึ่ง NT cyfence มีบริการ Anti-Virus เป็นบริการป้องกัน Server ด้วย Anti-Virus สำหรับองค์กร ในรูปแบบของ Cloud Security ที่ช่วยปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้กับ Server ทั้งแบบ Virtualized และแบบ Physical 

รูปแบบการให้บริการ

จะมีการแจ้งเตือนในกรณีที่ Server ของผู้รับบริการติดไวรัส หรือมีการ Quarantine File ที่ติดไวรัส และแจ้งเตือนลูกค้าทางอีเมล นอกจากนั้นจะมีการจัดส่งรายงานข้อมูลประจำเดือนให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

Featured สำคัญในการป้องกัน

  1. ฟังก์ชัน Anti-malware  ช่วยปกป้อง Server จาก Malware
  2. ฟังก์ชัน Web Reputation ช่วยสกัดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าเป็นภัยคุกคามทางเว็บไซต์และจะแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ เมื่อพบการติดต่อไปยังเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง

ประโยชน์ที่ได้รับจากบริการ

1.ป้องกันการโจมตีของ Malware

ช่วยป้องกัน Server ในกรณีที่มีการโจมตีจากมัลแวร์ภายในเครือข่าย

2.ปลอดภัยมากขึ้น

Web Reputation สามารถสกัดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าเป็นภัยคุกคามทางเว็บไซต์ และจะทำการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ เมื่อพบการเข้าเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง

3.ป้องกัน Ransomware ได้

โดย Ransomware ต้องเป็นที่รู้จักมาก่อน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะโดน Ransomware เก่า ๆ ได้

4.เพิ่มมั่นใจในการทำงานมากขึ้น

เพราะ Server ไม่ได้ใช้เพียงคนเดียว อาจจะมีผู้ใช้ที่ไม่ตั้งใจอาจส่งไวรัสเข้า Server ได้

5.มีรายงานให้ทุกเดือน

มีรายงานประจำเดือนส่งให้ลูกค้าเป็นประจำทุกเดือน

สำหรับองค์กรใดที่สนใจ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่บริการ Anti-Virus หากต้องการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม  โทร NT contact center 1888 และติดต่อเราผ่านทาง www.cyfence.com/contact-us

ที่มา:

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • 21 มิถุนายน 2024

    ความปลอดภัยของเว็บและแอปพลิเคชันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ! ไม่ใช่แค่เรื่องของการปกป้องข้อมูล แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของลูกค้าและความเสถียรภาพของธุรกิจเองด้วย เลือกใช้และปรับแต่ง WAF ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์และลดความเสี่ยงจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • 18 มิถุนายน 2024

    ระบบ IT ในโรงพยาบาลก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจที่สำคัญ และจำเป็นต้องมีการปกป้องภัยคุกคามไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ransomware ซึ่งจำเป็นจะต้องให้เป็นไปตาม มาตรฐานความเสี่ยง 3 ระดับ โดยในบทความนี้ มีการสรุปมาตรฐานความเสี่ยง ที่โรงพยาบาลควรตระหนัก เพื่อที่จะได้ป้องกันภัยไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที

  • 6 มีนาคม 2024

    ศูนย์ปฏิบัติการ Cybersecurity Operations Center (CSOC) ได้สรุปสถิติภัยคุกคามการโจมตีในปี 2023 ที่ผ่านมา มีอะไรบ้างที่ควรรู้และในปีถัดไปควรระวังเรื่องใด